เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 ณ อาคารอาคันตุกะ ภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต รศ.ดร. รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิต ได้พร้อมใจกันจัดพิธี “ทำสามีจิกรรม” ถวายแด่บูรพาจารย์ผู้มีคุณูปการอันไพศาลต่อพระพุทธศาสนาและต่อสถาบันการศึกษา ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภะมหาเถระ) และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนมหาเถระ) เพื่อแสดงออกถึงความกตตัญญูกตเวทิตาธรรม น้อมรำลึกถึงพระคุณอันล้นพ้นที่บูรพาจารย์ทั้งสองรูปได้อุทิศกำลังกายและกำลังใจในการวางรากฐานการศึกษาและพัฒนาสถาบันมาอย่างยาวนาน
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภะมหาเถระ ป.ธ.๘) อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และอดีตทุติยสภานายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นเสาหลักสำคัญยิ่งในยุคเริ่มต้นของการสถาปนาและขับเคลื่อน มจร. โดยมีคุณูปการสำคัญ ดังนี้:
การวางรากฐานการบริหารและการศึกษา: ท่านเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันและริเริ่มสร้างอาคารเรียน รวมถึงการจัดระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในยุคบุกเบิก เพื่อให้พระภิกษุสามเณรและฆราวาสมีแหล่งศึกษาพระปริยัติธรรมและวิชาการชั้นสูง เป็นผู้ริเริ่มการตรวจชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับ “มหาจุฬาเตปิฎกํ” เมื่อปี พ.ศ. 2500 เพื่อสนองพระราชปรารภให้พระภิกษุสามเณรได้มีตำราศึกษาค้นคว้าที่ถูกต้องสมบูรณ์ นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ริเริ่มนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแนวสติปัฏฐาน 4 (พองหนอ-ยุบหนอ) จากประเทศพม่าเข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย จนกระทั่งพัฒนาและยกสถานะขึ้นเป็น สถาบันวิปัสสนาธุระ สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในเวลาต่อมา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระมหาเถระผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีคุณูปการต่อวงการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยอย่างอเนกอนันต์ โดยมีบทบาทสำคัญ ได้แก่ การทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในหลายวาระ รวมถึงให้การสนับสนุน ส่งเสริม และให้โอวาทอันทรงคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพนิสิตและบุคลากรของ มจร. ให้ก้าวไกลทันสมัย เป็นผู้นำในการริเริ่มสร้างวัดไทยและส่งพระธรรมทูตไทยไปปฏิบัติศาสนกิจในทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก จนเกิดเครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เข้มแข็ง ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักสูตรการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคมของมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยในเวลาต่อมา
การจัดพิธีทำสามีจิกรรมในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพตามประเพณีอันดีงามของชาว มจร. เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสืบสานปณิธานของบูรพาจารย์ ให้คณาจารย์และนิสิตรุ่นหลังได้ยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไป
