เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๙ พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง, รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น, รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ในฐานะรองประธานกรรมการประจำหนตะวันออก พร้อมด้วยพระมหาไพทูรย์ สิริธมโม รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่แทน พระเทพภาวนาวัชราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” หนตะวันออก ปีงบประมาณ พ.ศ. ๖๕๖๙ (ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี) หมู่บ้านรักษาศีล ๕ และส่งเสริมการนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตของประชาชน ที่วัดสว่างอารมณ์ บ้านโนนศิลา หมู่ ๑ ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ถวายการต้อนรับพร้อมนำชมกิจกรรมในภาพรวม และกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองว่า “สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้” โดยน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่
สำหรับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ณ บ้านโนนศิลา หมู่ที่ ๑ ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เป็นการขับเคลื่อนงานขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์จังหวัดบึงกาฬ ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำหลักเบญจศีล (ศีล ๕) มาปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่ความสงบสุข ความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการหลักในการดำเนินโครงการของชุมชน ประกอบด้วย การบูรณาการกลไก “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ)บ้าน (ชุมชน) ผู้นำชุมชน
คณะกรรมการหมู่บ้าน และชาวบ้านโนนศิลา ร่วมใจกันปฏิบัติตนตามหลักศีล 5 และเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียงในวันพระและวันสำคัญต่างๆ โดยมีคณะสงฆ์ในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ คอยให้ธรรมะ อบรมสั่งสอน แนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และเป็นหลักในการจัดกิจกรรมเข้าวัดฟังธรรม
ด้านฝ่ายราชการ (ฝ่ายปกครอง/ท้องถิ่น) อำเภอปากคาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน ติดตาม ประเมินผล และผลักดันให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบในระดับต่างๆ เน้นแนวทางการปฏิบัติและกิจกรรมสำคัญในชุมชนการลด ละ เลิก อบายมุข ส่งเสริมการรักษาศีลข้อที่ ๕ โดยร่วมกันลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญประเพณี และการป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชน
นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการ หลักการสร้างความสามัคคี โดยใช้หลักพุทธธรรมและกระบวนการเสวนาเพื่อลดความขัดแย้งภายในหมู่บ้าน สร้างความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างครัวเรือน และการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่ไปกับการรักษาศีล มีการส่งเสริมอาชีพ สัมมาอาชีวะ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทำให้ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
