เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 น. ณ พระอุโบสถวัดธาตุ พระอารามหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง, รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น, รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถาถบพิตร โดยมี นายจุมพล กล้าประเสริฐ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เข้าร่วม โอกาสนี้ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4 เข้าถวายสักการะพระศรีสัตนาคนหุต(หลวงพ่อพระลับ) พระพุทธรูปคู่เมืองขอนแก่น ในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง
นายจุมพล กล้าประเสริฐ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เติบโตในสายงานตุลาการมาอย่างต่อเนื่อง และดำรงตำแหน่งสำคัญในศาลยุติธรรมระดับต่าง ๆ ดังนี้
• พ.ศ. 2562 ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ก่อนได้รับการแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี
• พ.ศ. 2565 ดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ และเข้ามาช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี
• พ.ศ. 2566 – 2567 ดำรงตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี อย่างเต็มตัว ควบคุมดูแลการพิจารณาคดีและการบริหารงานราชการของศาล
• พ.ศ. 2568 ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้พิพากษาศาลฎีกา และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญเพิ่มเติม โดยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาใน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาคดีสำคัญระดับประเทศ
• ตุลาคม พ.ศ. 2569 ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูแลเขตอำนาจศาลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
มีผลงานเด่นในการขับเคลื่อนนโยบายยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น และการได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ในคดีสำคัญระดับประเทศ อาทิ การผลักดัน “ระบบศาลนอกเวลาเพื่อประชาชน” และ “การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง” ในระหว่างดำรงตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี, ผลักดันและขับเคลื่อนการให้บริการศาลนอกเวลาเพื่อประชาชน เปิดทำการพิจารณาคดีแพ่งและคดีไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนอกเวลาราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางมาศาลในเวลาทำการปกติ, รวมถึงผลงานในด้านการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเชิงรุก มีผลงานจัดทำและพัฒนาแบบฟอร์มขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานภายนอก ช่วยให้ประชาชนสามารถยุติข้อพิพาททางแพ่งได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องเป็นคดีความยาวนาน ลดค่าใช้จ่ายและปริมาณคดีที่จะเข้าสู่ศาล
นอกจากนี้ ยังเคยได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ลงคะแนนเลือกเข้าเป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองระดับสูง หลายครั้ง ตลอดจนบทบาทสำคัญในการวางบรรทัดฐานคำพิพากษาและการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งเป็นคดีที่มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในวงกว้าง
