วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น พร้อมคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงาน ระดับหน โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ประจำหนตะวันออก ที่วัดเขียนบูรพาราม ต.ห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระราชวชิรสิทธิธาดา (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, พระครูบูรพาโพธิธรรม เจ้าอาวาสวัดเขียนบูรพาราม, พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ พระภิกษุสงฆ์, นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอขุขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมถวายการต้อนรับและให้ข้อมูล
วัดเขียนบูรพาราม เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เนื้อที่ ๒๑ ไร่ งาน ๒๗ ตารางวา ห่างจากที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ไปทางตะวันออก ๔๐๐ เมตร ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ๔๙ กิโลเมตร ได้รับเลือกให้เป็น วัดต้นแบบโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ของภาค ๑๐ หนตะวันออก มีผลงานโดดเด่นในการบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.ห้วยเหนือ) ส่วนราชการ และชุมชนในการปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมภายในวัดให้มีสุขภาวะที่ดีตามหลักเกณฑ์ 5ส (สะอาด สว่าง สงบ เสงี่ยม สมเกียรติ) เป็นศูนย์รวมการจัดการชุมชน มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่การเรียนรู้และการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของชาวอำเภอขุขันธ์ โดยล่าสุด ได้รับคัดเลือกเป็นวัดต้นแบบ โครงการวัดประชา รัฐ สร้างสุข ภาค ๑๐ หนตะวันออก ผ่านระดับจังหวัด เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถซึ่งสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ผนังและฐานของอุโบสถก่อด้วยอิฐฉาบปูน หลังคาเป็นโครงไม้สังกะสี ที่ขอบโครงหลังคาโดยรอบ แกะสลักเป็นลายพันธ์พฤกษา ส่วนที่จั่วแกะสลักเป็นภาพในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งแกะสลักขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒
รอบพระอุโบสถเดิมมีพระเจดีย์ธาตุตั้งอยู่ทั้ง ๔ มุม ปัจจุบันยังคงเหลือองค์เจดีย์ในสภาพสมบูรณ์เด่นชัดอยู่ที่ด้านหน้า ๒ องค์ สะท้อนให้เห็นถึงการส่งผ่านวัฒนธรรมและศิลปะล้านช้างในเขตอีสานใต้ ส่วนภายในอุโบสถ ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๓.๕๐ เมตร สูง ๖.๘๐ เมตร ถือเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปปูนปั้นโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดองค์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ เป็นมรดกทางศรัทธาที่ชาวขุขันธ์เคารพสักการะมานับร้อยปีจนมีคำกล่าวในท้องถิ่นว่า “มาขุขันธ์ ต้องมากราบตากะจะ สักการบูชาหลวงพ่อโตวัดเขียน”
มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า วัดเขียน ได้รับการบูรณะครั้งแรกเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๓๒๓ สมัยกรุงธนบุรี โดยพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน (เชียงขันธ์) เจ้าเมืองขุขันธ์ ท่านที่ ๒ หลังจากเลื่อนที่ตั้งเมืองมาจากบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน ไปตั้งที่บริเวณหนองแตระ แล้ว สมัยนั้นได้ค้นพบว่ามีองค์พระพุทธรูปประดิษฐานในป่าทึบด้านชายเมืองทางทิศอาคเนย์ จึงได้ให้ราษฏร์แผ้วถาง แล้วปรับปรุงสร้างฐานและหลังคาครอบองค์พระพุทธรูป สร้างกุฏิและนิมนต์พระภิกษุสามเณรมาอยู่ประจำวัด แต่ยังไม่เรียบร้อยดี ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งเจ้าเมืองขุขันธ์ วัดจึงร้างไป
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๒๕ สมัยพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ( ท้าววัง ) เจ้าเมืองขุขันธ์ ท่านที่ 8 ร่วมกับท่านพระครูธรรมจินดามหามุณี เจ้าคณะใหญ่เมืองขุขันธ์ ร่วมกับ กรมการเมืองได้นำราษฎร พัฒนาบูรณะวัดเขียน ซึ่งขณะนั้น บริเวณวัดเขียน ยังมีลักษณะเป็นป่าดงขึ้นหนาทึบ และยกฐานะขึ้นเป็นวัด โดยจัดพระภิกษุจากวัดสะอางมาอยู่ประจำ และเนื่องจากวัดนี้อยู่ทางทิศตะวันออกและด้านนอกติดกำแพงเมืองเมืองขุขันธ์ ชาวบ้านยุคนั้นนิยมเรียกชื่อเป็นคำภาษาเขมรถิ่นคล้องจองกันว่า เรียก វត្តខៀន កៀនមឿង อ่านว่า เวื็อต-คีน-กีน-เมือง และต่อมาล่าสุดได้ชื่อว่า “วัดเขียนบูรพาราม” เรียกกันมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

💬 ติดต่อสอบถาม
Scroll to Top
มจร วิทยาเขตขอนแก่น
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.