เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องเธียเตอร์ ชั้น 5 อาคารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง, รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตขอนแก่น เมตตาเป็นประธานเปิดการสัมมนาพิเศษ ของหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต รายวิชาพุทธวิธีสื่อสารทางการเมือง ของ รศ.ดร.สุรพล พรมกุล ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต โดยได้เชิญ ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รองประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา มาบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การสื่อสารทางการเมืองตามแนววิถีพุทธ” โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต ชั้นปีที่ 1-2 และผู้สนใจร่วมรับฟังการบรรยาย กว่า 50 รูป/คน
พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตขอนแก่น ได้กล่าวเปิดการบรรยายพิเศษในรายวิชาพุทธวิธีสื่อสารทางการเมือง โดยแสดงความอนุโมทนาขอบคุณ สว. นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเข้าใจทั้งศาสตร์สมัยใหม่และพุทธธรรม พร้อมทั้งสอดแทรกแนวคิดแก่นิสิตในการศึกษารัฐศาสตร์ให้บรรลุตาม ปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และปรัชญาการศึกษาของ มจร ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการหลักพุทธธรรมเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาปัญญา คุณธรรม และสร้างสังคมสันติสุข โดยให้เน้นนำพุทธวิธีมาปรับใช้ในการสื่อสารทางการเมือง ผ่านหลัก โยนิโสมนสิการ สัมมาวาจา สัจจะ ตถัตตา และการมุ่งสร้างอรรถประโยชน์แก่ส่วนรวม ตลอดจนเสนอให้นิสิตทบทวนวิถีทางการเมืองในสมัยพุทธกาลจากพระสูตรสำคัญ เช่น มหาปรินิพพานสูตร เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งมอบกำลังใจแก่นิสิตทุกคนให้มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จ เพื่อออกไปทำหน้าที่เป็นนักรัฐศาสตร์ที่นำหลักพุทธธรรมไปแก้ปัญหาสังคมและขับเคลื่อนสันติสุขอย่างแท้จริง
นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า นักการเมืองและผู้สื่อสารสาธารณะจะต้องมุ่งเน้นการ “พูดให้คนเข้าใจ ไม่ใช่เพียงให้คนถูกใจ” โดยยึดมั่นในความจริง ความเข้าใจ และความเมตตา ใช้ภาษาที่เรียบง่ายเข้าใจง่าย มีรอยยิ้ม และอุดมไปด้วยสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมทั้งต้องให้การกระทำรับรองคำพูด หรือที่เรียกว่า “พูดจริง ทำจริง พร้อมให้ตรวจสอบได้” เพราะอำนาจอาจทำให้คนฟังเราได้เพียงชั่วคราว แต่ความจริงและความโปร่งใสเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างยาวนาน
ในด้านการแก้ไขปัญหาและการนำเสนอนโยบายสาธารณะ วิทยากรได้เสนอให้นำกรอบคิดตามหลัก อริยสัจ 4 มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ การรู้ปัญหา (ทุกข์), การค้นหาต้นตอและสาเหตุที่แท้จริง (สมุทัย), การมองเห็นเป้าหมายหรือทางออกที่ชัดเจน (นิโรธ), และการลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม (มรรค) ซึ่งจะทำให้นโยบายทางการเมืองมีความสมเหตุสมผลและตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบันที่สังคมขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข่าวสารและสื่อสังคมออนไลน์ นพ.เปรมศักดิ์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสติและการใช้หลัก กาลามสูตร โดยเตือนสติว่า “เห็นคลิปอย่าเพิ่งตัดสิน เห็นข่าวอย่าเพิ่งส่งต่อ” ทุกคนต้องร่วมกันตรวจสอบที่มาของข้อมูล ตั้งคำถามว่าใครเป็นต้นทาง เกิดขึ้นเมื่อไหร่ มีต้นฉบับหรือไม่ และสามารถตรวจสอบจากแหล่งใดได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหาข่าวปลอมและการสร้างความเกลียดชังในสังคม
ในส่วนของการบริหารจัดการและการตรวจสอบความโปร่งใส นพ.เปรมศักดิ์ชี้ให้เห็นว่า ศรัทธาและความไว้วางใจต้องมาคู่กับความรับผิดชอบและสิ่งที่เราสามารถตรวจสอบได้ ผู้ที่รักองค์กรหรือรักบ้านเมืองอย่างแท้จริงต้องกล้าเปิดเผยข้อมูล ชี้แจงที่มา และกล้าให้ตรวจสอบ หากพูดผิดหรือทำผิดพลาด ก็ต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการยอมรับตรงๆ แก้ไขให้ถูกต้อง และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม
ในช่วงท้าย นพ.เปรมศักดิ์ได้เน้นย้ำถึงศิลปะการรับฟังและการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย โดยระบุว่าผู้นำที่ดีต้องเริ่มต้นจากการ “ฟังประชาชนให้จบ ก่อนรีบตอบ” ฟังความทุกข์ด้วยความเข้าใจ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตลอดจนต้องตระหนักว่าในสังคมย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ทุกคนต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยึดหลักเหตุผลและหลักฐาน และสามารถ “เห็นต่างได้ โดยไม่ทำลายกัน” เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและสันติวิธีอย่างแท้จริง
